วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555




• มันไม่มีอะไรเสียหายไปยิ่งกว่าจิต
ถ้าหากว่าเราเสียคนรักไป
เสียพ่อแม่ เสียเงินทอง เสียโลกไปทั้งใบเนี่ยนะ

มันจะไม่เท่ากับเสียจิตไปดวงเดียว
เพราะว่าสิ่งที่มันเป็นแก่นของชีวิตที่แท้จริงเนี่ย
มันไม่ใช่ของภายนอก
หรือบุคคลภายนอก
แต่มันเป็นจิตใจของเราเอง...

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ของหาย แต่ใจไม่หาย
ก็ได้รู้สึกว่าใจเราเป็นใจที่ดีแล้ว

คนหาย แต่ใจไม่หาย
ก็รู้สึกว่าใจเป็นที่พึ่งของตัวเองแล้ว

ถ้าใจยังไม่ถึง
ก็จะได้เป็นโอกาสพยายามทำให้ถึง

: บางทีการได้พบกับใจ
ที่ปล่อยวางอย่างเป็นสุข
อาจเป็นข้อดีที่สุดที่คุณจะพบ
ในท่ามกลางเรื่องร้ายทั้งหลายแหล่ก็ได้

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ที่จิตจมลงเรื่อยๆ
เพราะเราไม่หัดห้ามใจ
ทุกเรื่องในชีวิตมันโยงกันหมด
อย่าคิดว่าแต่ละเรื่องมันแยกกัน เพราะใจเป็นใจเดียวกัน

เราจมในเรื่องหนึ่ง ห้ามใจไม่ได้ในเรื่องหนึ่ง
มันก็จมไปทุกเรื่อง ห้ามใจไม่ได้ทุกเรื่อง

ดั ง ต ฤ ณ



การบำรุงรักษาสิ่งใด ๆ ในโลก

การบำรุงรักษาตนคือใจเป็นเยี่ยม

จุดที่เยี่ยมยอดของโลกคือใจ

ควรบำรุงรักษาด้วยดี

ได้ใจแล้วคือได้ธรรม

เห็นใจตนแล้วคือเห็นธรรม

รู้ใจแล้วคือรู้ธรรมทั้งมวล

ถึงใจตนแล้วคือถึงพระนิพพาน

ใจนี้คือสมบัติอันล้ำค่า

จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมองข้ามไป
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

• เส้นทางธรรมเป็นเส้นทางเดียว ที่มีปลายทาง
จึงเป็นทางเดียว
ที่ไม่พาไปสู่ความวกวนสูญเปล่า

: แม้เบื้องแรก
เห็นขอบฟ้าไกลเหมือนไม่มีวันไปได้ถึง
ต่อเมื่อเดินดูเรื่อยๆ
จึงรู้ว่าไม่ต้องไปไกลให้ถึงขอบฟ้า
สุดทางธรรม
จะอยู่ก่อนขอบฟ้ามากนัก

และสุดทางนั้น
ก็สั้นจนปลายเท้าของชีวิตนี้พาไปได้ถึงแน่

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• อายุคนนั้นสั้น
เก็บของไว้กับกายได้เดี๋ยวเดียว
แต่ถ้าฉลาดในการเดินทางไกล
แจกสิ่งที่มีเป็นส่วนเกินให้กับคนอื่นไป

: กระแสทาน
จะเป็นกระแสธารที่โอบอุ้มเราแบบไม่ร้อยรัด
และพัดพาเรา
ไปบนเส้นทางที่เยือกเย็น
มั่งมีศรีสุขยืดยาวเกินอายุของกายนี้ไปมาก

ดั ง ต ฤ ณ

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

• ถ้าชีวิตบีบให้ตกต่ำ 
อย่ายอมเป็นก้อนหินตกน้ำ
แต่จงเป็นตะวันตกดิน 
ที่สิ้นแสงเพื่อขึ้นฉายในอีกฟากฟ้าหนึ่ง

• คนหน้ามืด เห็นความทุกข์กดดันให้ปล่อยตัวตกสู่ที่ต่ำ
ส่วนคนตาสว่าง เห็นความทุกข์ผลักดันให้เร่งถีบตัวขึ้นที่สูง!

: เกิดทุกข์แล้วห้อยมือห้อยเท้านิ่ง เรียกว่ากำลังหน้ามืด
แต่เป็นทุกข์แล้วเคลื่อนไหวไปหาสุข เรียกว่ากำลังตาสว่างครับ

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• เคราะห์ร้าย มีสองทางเลือกให้ลงเอย
หนึ่ง คือยอมให้บาปเก่าพาไปแพ้หมดรูป
สอง คือทุ่มหมดใจสร้างบุญใหม่เอาชนะ

• ทำบุญมาก ช่วยให้ผ่านเคราะห์ร้ายง่าย
แต่ไม่ทำบาปเลย จะไม่เจอเคราะห์ร้ายเลย

• ถ้าอยากมีชีวิตที่เลวลงอย่างคิดไม่ถึง
คุณแค่หมั่นทำเลว
ที่ไม่เคยแม้จะอยู่ในความคิ
หากปรารถนาชีวิตที่ดีขึ้น อย่างคิดไม่ถึง
คุณต้องทำดีมากกว่าที่คิดว่าตัวเองจะทำได้

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• อนาคตของคุณ
มีโอกาสเกิดขึ้นตามคำทำนาย
น้อยกว่าเกิดขึ้นตามการทำเอ

ดั ง ต ฤ ณ
http://www.facebook.com/AskDungtrin

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555



• หลายคนไม่รู้จักตัวเองทั้งชีวิต
เพราะมัวอุทิศเวลา
ให้กับการทำความรู้จัก "ข้อผิดพลาดของคนอื่น"

• ปัญหาทางการเห็นของคนส่วนใหญ่
ไม่ได้เกิดจากสายตา
แต่มาจากความคิด

• ข้อผิดพลาดใหญ่ๆในชีวิต
มักไหลมาจากการคิดว่า
ตัวเองคือความถูกต้อง

• หลายครั้งการตัดสินใคร
ไม่ได้มาจากความดีเลวของเขา
แต่เกิดจากความสมหวังหรือผิดหวังของเราเอง

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ขยันมองด้านดีของคนอื่น
จะเห็นวิธีเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส
เอาแต่เพ่งโทษชาวบ้าน
จะติดนิสัยเปลี่ยนโอกาสให้เป็นวิกฤต

• คนส่วนใหญ่เอาความดื้อรั้นของตัวเองเป็นความถูกต้อง
จึงไม่อาจเห็นว่าทั้งชีวิตทำผิดอะไรไปบ้าง

• คนเอาแต่ใจตัว
มักแก่เร็วและฉลาดช้า
กว่าจะพบว่าชีวิตมีไว้เปลี่ยนผิดเป็นถูก
ปรับมืดเป็นสว่าง
ก็เหลือเวลาแค่นิดเดียวแล้ว

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

: ความเจ็บปวดที่สุดของการมีชีวิต
ไม่ใข่การถูกคนอื่นทำร้าย
แต่เป็นการไม่รู้ตัวว่าทำผิดอะไรไปบ้าง
กระทั่งต้องให้ผลออกมาทำร้ายตัวเองเสียก่อน
บางคนย้อนระลึกได้แล้วสำนึกถูก
แต่บางคนก็สำนึกไม่ได้ตลอดชีวิต
นั่นแหละเรื่องน่าเศร้าที่แท้จริงก่อนตายครับ

- ดั ง ต ฤ ณ -




• อยู่ในที่มืดมิด
ไม่น่ากลัวเท่าอยู่กับ "ความคิดที่มืดมน"

• โลกจะเปลี่ยนแปลงไปนิดหนึ่ง
ในทันทีที่คุณแตกต่างไปจากเดิม

• สิ่งที่จะช่วยให้คุณรู้สึกเข้มแข็งขึ้น
คือความสามารถในการผ่านทุกข
ไม่ใช่ความสามารถในการเสวยสุข

• คุณจะรู้ว่าร่างกายแข็งแรงแค่ไหน
ก็จากความสามารถต้านไข้
หรือความรวดเร็วในการฟื้นไข

และคุณจะรู้ว่าจิตใจเข้มแข็งขนาดไหน
ก็จากความสามารถต้านความเศร้า
หรือความรวดเร็วในการหายเศร้า

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• เคราะห์ร้าย มีสองทางเลือกให้ลงเอย
หนึ่ง คือยอมให้บาปเก่าพาไปแพ้หมดรูป
สอง คือทุ่มหมดใจสร้างบุญใหม่เอาชนะ

• คนหน้ามืด เห็นความทุกข์กดดันให้ปล่อยตัวตกสู่ที่ต่ำ
ส่วนคนตาสว่าง เห็นความทุกข์ผลักดันให้เร่งถีบตัวขึ้นที่สูง!

: เกิดทุกข์แล้วห้อยมือห้อยเท้านิ่ง เรียกว่ากำลังหน้ามืด
แต่เป็นทุกข์แล้วเคลื่อนไหวไปหาสุข เรียกว่ากำลังตาสว่างครับ

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ทำบุญมาก ช่วยให้ผ่านเคราะห์ร้ายง่าย
แต่ไม่ทำบาปเลย จะไม่เจอเคราะห์ร้ายเลย

• พอเข้าใจถูกได้อย่างเดียว
ชีวิตก็ไม่มีทางผิดให้เดินแล้ว

- ดั ง ต ฤ ณ -
• วันนี้คุณเดินมาไกลเกินกว่า
จะย้อนกลับไปแก้ไข
ความผิดพลาดของเมื่อวาน
แต่ยังไม่สาย
ที่จะปรับแก้แนวโน้มความผิดพลาดของวันพรุ่ง

• อย่ามัวสมมุติว่า
ย้อนเวลาได้จะแก้อะไรดี
ให้สมมุติว่า
ถ้าสำนึกได้เดี๋ยวนี้
มีความคิดไหนให้เปลี่ยนบ้าง

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .

• ผิดเรื่องเล็ก ไม่รับผิดเรื่องใหญ่

• ผิดแล้วรับ จะเป็นคนกล้า
ผิดแล้วแก้ไข จะเป็นคนดี
ผิดแล้วเรียนรู้ จะเป็นคนฉลาด
มิฉะนั้นจะขี้ขลาด เลว และโง่ต่อไป

: การรู้สึกผิดนั้นดี
แต่อย่ารู้สึกผิดนาน
อย่าโทษตัวเองอย่าด่าตัวเองไม่เลิก
บทเรียนไม่ได้มีไว้ให้ทรมานนาน
แต่มีไว้ให้จำนานๆ เข็ดหลาบนานๆ
และทำสอบครั้งต่อไปให้ผ่าน
หักห้ามจิตใจไม่ให้หลงก่อเหตุอันจะนำไปสู่ปัญหาอีก

• ความผิดในอดีต
ชดใช้ด้วยการป้องกันความผิดในอนาคต
และเพื่อจะป้องกันความผิดในอนาคตอย่างได้ผล

ก่อนอื่นต้องฝึกอภัยตัวเองให้เป็น
เพื่อจะได้เยือกเย็นพอจะมีสติคุมตัวเอง
ให้อยู่ในวินัยกับก้าวต่อๆไปได้อย่างสบายใจ
ไม่ใช่ก่นด่าตนเองจนขาดความเชื่อมั่น

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ไม่สำคัญว่า คุณล้มเหลวมากี่ครั้ง
แต่สำคัญว่า คุณใช้ความล้มเหลวให้เป็นประโยชน์ได้กี่หน

• การเอาแต่นึกถึงความผิดพลาด คือความโง่
การหมั่นระลึกถึงต้นเหตุของความผิดพลาด คือความฉลาด

• ความฝืนพยายามที่สูญเปล่า
ต่างกับความเพียรพยายามอย่างฉลาด
ตรงวิธีเห็นข้อผิดพลาด
และความเต็มใจแก้ไขข้อผิดพลาด

• เมื่อแก้ไขข้อผิดพลาดสำเร็จ
ข้อผิดพลาดจะกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของความสำเร็จในชีวิตคุณ

- ดั ง ต ฤ ณ -
http://www.facebook.com/AskDungtrin