วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555



• หลายคนไม่รู้จักตัวเองทั้งชีวิต
เพราะมัวอุทิศเวลา
ให้กับการทำความรู้จัก "ข้อผิดพลาดของคนอื่น"

• ปัญหาทางการเห็นของคนส่วนใหญ่
ไม่ได้เกิดจากสายตา
แต่มาจากความคิด

• ข้อผิดพลาดใหญ่ๆในชีวิต
มักไหลมาจากการคิดว่า
ตัวเองคือความถูกต้อง

• หลายครั้งการตัดสินใคร
ไม่ได้มาจากความดีเลวของเขา
แต่เกิดจากความสมหวังหรือผิดหวังของเราเอง

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ขยันมองด้านดีของคนอื่น
จะเห็นวิธีเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส
เอาแต่เพ่งโทษชาวบ้าน
จะติดนิสัยเปลี่ยนโอกาสให้เป็นวิกฤต

• คนส่วนใหญ่เอาความดื้อรั้นของตัวเองเป็นความถูกต้อง
จึงไม่อาจเห็นว่าทั้งชีวิตทำผิดอะไรไปบ้าง

• คนเอาแต่ใจตัว
มักแก่เร็วและฉลาดช้า
กว่าจะพบว่าชีวิตมีไว้เปลี่ยนผิดเป็นถูก
ปรับมืดเป็นสว่าง
ก็เหลือเวลาแค่นิดเดียวแล้ว

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

: ความเจ็บปวดที่สุดของการมีชีวิต
ไม่ใข่การถูกคนอื่นทำร้าย
แต่เป็นการไม่รู้ตัวว่าทำผิดอะไรไปบ้าง
กระทั่งต้องให้ผลออกมาทำร้ายตัวเองเสียก่อน
บางคนย้อนระลึกได้แล้วสำนึกถูก
แต่บางคนก็สำนึกไม่ได้ตลอดชีวิต
นั่นแหละเรื่องน่าเศร้าที่แท้จริงก่อนตายครับ

- ดั ง ต ฤ ณ -




• อยู่ในที่มืดมิด
ไม่น่ากลัวเท่าอยู่กับ "ความคิดที่มืดมน"

• โลกจะเปลี่ยนแปลงไปนิดหนึ่ง
ในทันทีที่คุณแตกต่างไปจากเดิม

• สิ่งที่จะช่วยให้คุณรู้สึกเข้มแข็งขึ้น
คือความสามารถในการผ่านทุกข
ไม่ใช่ความสามารถในการเสวยสุข

• คุณจะรู้ว่าร่างกายแข็งแรงแค่ไหน
ก็จากความสามารถต้านไข้
หรือความรวดเร็วในการฟื้นไข

และคุณจะรู้ว่าจิตใจเข้มแข็งขนาดไหน
ก็จากความสามารถต้านความเศร้า
หรือความรวดเร็วในการหายเศร้า

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• เคราะห์ร้าย มีสองทางเลือกให้ลงเอย
หนึ่ง คือยอมให้บาปเก่าพาไปแพ้หมดรูป
สอง คือทุ่มหมดใจสร้างบุญใหม่เอาชนะ

• คนหน้ามืด เห็นความทุกข์กดดันให้ปล่อยตัวตกสู่ที่ต่ำ
ส่วนคนตาสว่าง เห็นความทุกข์ผลักดันให้เร่งถีบตัวขึ้นที่สูง!

: เกิดทุกข์แล้วห้อยมือห้อยเท้านิ่ง เรียกว่ากำลังหน้ามืด
แต่เป็นทุกข์แล้วเคลื่อนไหวไปหาสุข เรียกว่ากำลังตาสว่างครับ

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ทำบุญมาก ช่วยให้ผ่านเคราะห์ร้ายง่าย
แต่ไม่ทำบาปเลย จะไม่เจอเคราะห์ร้ายเลย

• พอเข้าใจถูกได้อย่างเดียว
ชีวิตก็ไม่มีทางผิดให้เดินแล้ว

- ดั ง ต ฤ ณ -
• วันนี้คุณเดินมาไกลเกินกว่า
จะย้อนกลับไปแก้ไข
ความผิดพลาดของเมื่อวาน
แต่ยังไม่สาย
ที่จะปรับแก้แนวโน้มความผิดพลาดของวันพรุ่ง

• อย่ามัวสมมุติว่า
ย้อนเวลาได้จะแก้อะไรดี
ให้สมมุติว่า
ถ้าสำนึกได้เดี๋ยวนี้
มีความคิดไหนให้เปลี่ยนบ้าง

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .

• ผิดเรื่องเล็ก ไม่รับผิดเรื่องใหญ่

• ผิดแล้วรับ จะเป็นคนกล้า
ผิดแล้วแก้ไข จะเป็นคนดี
ผิดแล้วเรียนรู้ จะเป็นคนฉลาด
มิฉะนั้นจะขี้ขลาด เลว และโง่ต่อไป

: การรู้สึกผิดนั้นดี
แต่อย่ารู้สึกผิดนาน
อย่าโทษตัวเองอย่าด่าตัวเองไม่เลิก
บทเรียนไม่ได้มีไว้ให้ทรมานนาน
แต่มีไว้ให้จำนานๆ เข็ดหลาบนานๆ
และทำสอบครั้งต่อไปให้ผ่าน
หักห้ามจิตใจไม่ให้หลงก่อเหตุอันจะนำไปสู่ปัญหาอีก

• ความผิดในอดีต
ชดใช้ด้วยการป้องกันความผิดในอนาคต
และเพื่อจะป้องกันความผิดในอนาคตอย่างได้ผล

ก่อนอื่นต้องฝึกอภัยตัวเองให้เป็น
เพื่อจะได้เยือกเย็นพอจะมีสติคุมตัวเอง
ให้อยู่ในวินัยกับก้าวต่อๆไปได้อย่างสบายใจ
ไม่ใช่ก่นด่าตนเองจนขาดความเชื่อมั่น

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ไม่สำคัญว่า คุณล้มเหลวมากี่ครั้ง
แต่สำคัญว่า คุณใช้ความล้มเหลวให้เป็นประโยชน์ได้กี่หน

• การเอาแต่นึกถึงความผิดพลาด คือความโง่
การหมั่นระลึกถึงต้นเหตุของความผิดพลาด คือความฉลาด

• ความฝืนพยายามที่สูญเปล่า
ต่างกับความเพียรพยายามอย่างฉลาด
ตรงวิธีเห็นข้อผิดพลาด
และความเต็มใจแก้ไขข้อผิดพลาด

• เมื่อแก้ไขข้อผิดพลาดสำเร็จ
ข้อผิดพลาดจะกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของความสำเร็จในชีวิตคุณ

- ดั ง ต ฤ ณ -
http://www.facebook.com/AskDungtrin

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

คติธรรม . . . ประเสริฐสี่ . . .

หนึ่ง ประเสริฐสี่ที่ประเสริฐ เกิดเป็นมนุษย์
สอง เป็นชาวพุทธ เคารพในพระศาสนา
สาม ผู้ไม่ประมาท เชื่อโอวาทพระศาสดา
สี่ ผู้บำเพ็ญภาวนา รู้ได้ชัดปัจจัตตัง

เป็นบุญเลิศ ผู้มาเกิด เป็นมนุษย์
เป็นชาวพุทธ จิตศรัทธา สถาผล
น้อมธรรมะ มาปฏิบัติ ผึกหัดตน
ทุก ๆ คน รู้ได้ชัด ปัจจัตตัง

ผู้ประมาท ย่อมเป็นทาส อยู่ในโลก
แม้มีโชค ไม่ทำดี ไม่มีหวัง
ธรรมทั้งหบาย ท่านตรัสไว้ ไม่ปิดบัง
หมดรักชัง รู้ด้วยตน ทุกคนเอย

ผู้มีความ สงบ อบรมจิต
อย่าหลงผิด นิมิตหมาย ในแสงสี
รู้รูปนาม เป็นทุกข์ สุขไม่มี
รู้อย่างนี้ หลุดพ้น กังวลไจ

เมื่อเจ้ามา มีอะไร มากับเจ้า
ใยมัวเมา โลภลาภ ทำบาปใหญ่
มาแต่ตัว แล้วเจ้าเฝ้า เอาอะไร
ไปก็ไป ตัวเปล่า เหมือนเจ้ามา

จงหมั่นสร้าง ความดี หนีกิเลศ
พึ่งพระเวทย์ อภิธรรม พร่ำศึกษา
หมั่นเจริญ ศีลสมาธิ และปัญญา
จึงจะพา พ้นทุกข์ สุขนิรันดร์

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555



• ชนะใจตัวเองได้
ก็ชนะใจคนที่อยู่ใกล้ได้

• ทวิตเตอร์และเฟสบุ๊ค
เป็นแหล่งเพาะนิสัย
" ระบายความในใจ " ให้คนอื่นเห็น
แต่ไม่ค่อยเป็นแหล่งเพาะนิสัย
"เห็นใจคนอื่น" สักเท่าไหร่

• ในการอยู่ร่วมกันกับใครสักคน
ไม่ต้องทำดี ก็อาจเผอิญได้อย่างใจคุณ
แต่คุณจำเป็นต้องมีดี ถึงจะเห็นใจเขาได้

• อย่าคาดหวังจะให้ใครต่อใครเข้าใจคุณ
เพราะเกือบทุกคน
ก็กำลังสับสนอยู่กับการทำความเข้าใจตนเองเช่นกัน

• กว่าจะเลิกอยากให้คนอื่นเข้าใจคุณ
คุณจำเป็นต้องเข้าใจตัวเองให้ขา
และเห็นใจคนอื่นมากๆได้เสียก่อน

และพอเลิกอยากให้คนอื่นเข้าใจนะครับ
กระแสความเข้าใจคนอื่นจะเริ่มก่อตัวขึ้นในเราเอง
ตลอดจนดึงดูดเขา มาสนใจเราด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้นไปแทน
นี่คือธรรมชาติของจิตที่แผ่ออกไปด้วยกระแสเมตตาโดยแท้

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• สายตาที่มองอย่างพร้อมจะทำความเข้าใจ
: ให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าอยู่ใกล้

สายตาที่มองอย่างพร้อมจะจับผิดหาเรื่อง
: ให้ความรู้สึกกดดันน่าออกห่าง

เพียงเท่านี้ก็ควรแก่การนำไปใช้ทำนายแล้วว่า
ใครสมควรจะมีชีวิตคู่ยืนยาวได้แค่ไหน

• คนเราไม่ได้รักกันมากน้อย
เพราะเป็นคนเก่าหรือคนใหม่
แต่เพราะเจอกันแล้วรู้สึก
เหมือนพบน้ำเย็นหรือไอร้อนมากกว่ากัน

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

: พระพุทธเจ้าตรัสว่า
อยากให้ใครดีมา ก็ให้ดีกับเขาก่อน
แม้จะเถียงว่า
ดีอย่างไร มันก็ร้ายมาอยู่วันยังค่ำ

แต่ที่สุดแล้ว
เมื่อดีกับคนมากพอ
ยืนหยัดกับตัวตนเดิมนานพอ
ความพร้อมจะดีกับใครๆ จริงๆ

ก็เข้มข้นพอจะผ่อนหนักให้เป็นเบ
หรือเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได
ถึงตรงนั้นจะรู้ว่า

"พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้ดีครั้งเดียว
แล้วได้รับผลตอบแทนดีๆ กลับมาตลอดไป
ท่านให้ดีตลอดไป
แล้วค่อยหวังจะรับผลดีได้นานๆ ครับ"

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• อยู่ร่วมกัน...
ต้องสร้างความรู้สึกอันเป็นบุญกุศล
ไปในทางเดียวกันให้ได้ก่อน
ไม่งั้นช่องว่างระหว่างคน
จะเป็นอุปสรรคให้เจรจาไม่รู้เรื่อง

- ดังตฤณ -
http://www.facebook.com/AskDungtrin


"มองเป็น ก็เห็นธรรม...
มองต่ำ ธรรมอยู่เบื้องหน้าก็ไม่เห็
เพราะมีจิต ไปยึดติดในกฏเกณฑ์
แล้วไปเน้นเอนหลับทับคัมภีร์...

ธรรมแท้ มีอยู่ ที่ทั่วไป...
คนมีปัญญา มองอย่างไรพบทุกที่
ครูธรรมชาติสอนเราได้อย่างด
โอปนยิโกมี น้อมมาสู่ภายใน

โยนิโสมนสิการ การใคร่ครวญ
เป็นกระบวนเรียนรู้ ดับทุกข์ได้
เมื่อได้เห็น กำหนดดู รู้ทันไป
ตัณหาไม่ เกิดมี เพราะรู้ทัน

อุปาทานการยึดถือ ของเราเขา
จิตถูกเผา เร่าร้อน อย่างมหันต์
การปล่อยวางว่างทุกข์สุขใจพลัน
ธรรมะนั้น จะแจ่มชัด เมื่อปฏิบัติตามฯ
• ถ้ายังไม่มีความรัก 
อย่าเพิ่งรีบหาความรัก 
แต่ให้เร่งรู้วิธีสร้างความรัก 
ด้วยการใจเย็นเป็น เห็นใจเป็น 
พูดดีเป็น อภัยเป็น ไม่เสแสร้งเป็น 
แล้วในที่สุดความรักจะตามหาคุณเจอเอง

• ความรักเป็นภาวะปรุงแต่ง
อาศัยบุญเก่าที่เคยอยู่ร่วมกัน
เป็นตัวผลักดันให้มาพบและคุ้นกัน
และอาศัยบุญใหม่ทำให้อยู่ร่วมกันรอด

~ ♡ ~ ⊰ ❤ℒℴνℯ❤ ⊱ ~ ♡ ~

• การส่งเสริมกันทางจิตวิญญาณ
คือวิธีเดียว
ที่จะรักษากันและกันไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง

ฉะนั้น
อาจต้องเริ่มจากจุดแรกสุด
คือขอให้เลือกคนที่คุณ...
: อยากสวดมนต์ร่วมกับเขา
: อยากใส่บาตรร่วมกับเขา
: คนที่คุณอยากคิดกับเขาในทางดี
: อยากพูดดีๆกับเขา
และอยากทำอะไรดีๆให้เขา

เริ่มเดินดียิ่งเดินก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ
ต่อให้ต้องเผชิญหน้าปัญหาทางการเงิน เจอมือที่สาม
หรือกระทั่งเซ็กส์ไม่สมดุล
ก็ยากนักที่จะทำให้คุณแตกแยกกันได้

• กุศลแรงที่สุดที่ช่วยรักษาชีวิตคู่ไว้
คือกุศลทางใจอันเกิดจากการคิดเกื้อกูลกัน
ไม่ยอมตามความคิดประทุษร้ายกัน
ตั้งใจจริงและลงมือทำ

~ ♡ ~ ⊰ ❤ℒℴνℯ❤ ⊱ ~ ♡ ~

• บุญเก่าไม่พอ
คือไม่พอจะทำให้อยากคบกัน
บุญใหม่ไม่พอ
คือไม่พอจะทำให้จากกันโดยดี
อย่าว่าแต่จะทำให้อยู่กันได้รอด

• รักที่สุดคืออาการยึดที่สุด
ยึดที่สุดคือต้นทางทุกข์ที่สุด

• รักอันเจือด้วยราคะ
คืออาการยึดของจิต
จิตยึดเมื่อไร ต้นเหตุทุกข์ก็เกิดขึ้นเมื่อนั้น

: ส่วนรักด้วยเมตตา
คือปล่อยอาการยึด
มีแต่ปรารถนาความไม่เบียดเบียนและความเกื้อกูล
อาการไม่ยึดของจิต
ก็คือคลายเหตุแห่งทุกข์

~ ♡ ~ ⊰ ❤ℒℴνℯ❤ ⊱ ~ ♡ ~

• พบรักแท้ว่ายากแล้ว
เหมือนโชคดีเหลือเกินแล้ว
แต่ความจริงคือพบทางพ้นทุกข์นั้นยากกว่า
และโชคดีกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้

เพราะความรักเป็นสิ่งที่เจืออยู่ด้วยความว้าวุ่น
และต้องยุติลงด้วยการจากเป็นหรือจากตาย

แต่ความพ้นทุกข์
มีแต่ความสงบที่เต็มบริบูรณ
กับทั้งเป็นอมตะอย่างแท้จริ
ไม่มีการพรากจากอีกเลย

- ดังตฤณ -